แรชฟอร์ด เอาบ้างไหม? 5 ตัวอย่างนักเตะออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด แล้วได้ดิบได้ดี

ช่วงหลายวันที่ผ่านมามีกูรูบางคน อย่างเช่น เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่มองว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรจะตัดสินใจเก็บข้าวของออกจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้แล้ว เพราะถ้าอยู่กับทีมต่อไปเขาก็มีโอกาสน้อยมากที่จะได้ลงเป็นตัวจริง จากการที่มี โรเมลู ลูกากู ขวางทางอยู่
    ทั้งนี้ ต่อให้ได้เป็นตัวจริง แต่หลายคนก็มองว่า แรชฟอร์ด น่าจะอดเป็นหัวหอกตัวเป้าอยู่ดี เพราะที่ผ่านมาเขามักจะถูก โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด จับไปเล่นแบบกองหน้าตัวริมเส้นหลายครั้ง ซึ่งเจ้าตัวก็มักจะโชว์ฟอร์มเก่งไม่ออกในบทบาทดังกล่าว โดยที่จริงแล้วตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าน่าจะเป็นตำแหน่งที่แข้งวัย 20 ปี โชว์ศักยภาพของตัวเองออกมาได้ดีที่สุด จากการที่เขาจบสกอร์ได้ดีพอตัว

    การที่ส่อแววอดเป็นตัวจริง หรือโดนส่งลงเล่นในบทบาทที่ไม่เหมาะสมทำให้หลายคนมองว่ามันจะส่งผลกระทบกับการพัฒนาฝีเท้าของ แรชฟอร์ด ได้ ทั้งที่เจ้าตัวเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสคนหนึ่งตอนที่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้เป็นครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2015-16 และการย้ายไปเล่นที่อื่นมันก็น่าจะทำให้ แรชฟอร์ด ได้โอกาสลงเล่นในบทบาทที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องจนทำให้เขาเก่งขึ้นตามไปด้วย

    ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ก็มีนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับทีมจนต้องย้ายไปเล่นให้ทีมอื่น ก่อนที่พวกเขาจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับทีมนั้นๆ ซึ่งวันนี้เราจะมายกตัวอย่างให้ดูว่ามีใครที่เด่นๆ ในกลุ่มดังกล่าวบ้าง โดยบอกก่อนว่าเราจะนับเฉพาะตั้งแต่ที่ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีเปลี่ยนมาใช้ชื่อ พรีเมียร์ลีก หรือก็คือตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 เป็นต้นมานั่นเอง

    - อังเคล ดิ มาเรีย


   แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมทุ่มเงินสูงถึง 59.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,686.5 ล้านบาท) ในการดึงปีกชาวอาร์เจนไตน์มาจาก เรอัล มาดริด เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2014 ซึ่งบรรดา "เร้ด อาร์มี่" หลายคนดีใจมากๆ กับดีลนี้ เพราะ ดิ มาเรีย เล่นได้ดีสุดๆ กับ เรอัล และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ "ราชันชุดขาว" ได้แชมป์ โกปา เดล เรย์ กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2013-14

    ทั้งนี้ เงินที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จ่ายไปนั้น ถือเป็นการซื้อนักเตะที่แพงที่สุดของทีมในเกาะอังกฤษในสมัยนั้นด้วย ซึ่งตอนแรกๆ ดิ มาเรีย ก็เหมือนจะโชว์ฟอร์มได้สมกับราคาดังกล่าว หลังจากที่เขาเล่นได้ดีจนถึงขั้นเคยได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคมของทาง แมนฯ ยูไนเต็ด

    อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเป็นต้นมาฟอร์มของ ดิ มาเรีย ก็ดิ่งลงเหวชนิดที่ถ้าเป็นกราฟหุ้นบรรดานักธุรกิจก็ต้องช็อกกันสุดๆ จนท้ายที่สุดแล้วเขาก็ถูกขายไปให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 ซึ่งการไปเล่นที่ ฝรั่งเศส ก็ทำให้ ดิ มาเรีย กลับมาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง

    - ปอล ป็อกบา


   แมนฯ ยูไนเต็ด พาหนูน้อย ป็อกบา มาจาก เลอ อาฟร์ เมื่อปี 2009 หลังจากที่พวกเขาเห็นแววรุ่งในตัวเด็กคนนี้ ซึ่ง ป็อกบา ก็ทำผลงานได้ดีในระดับเยาวชนจนทำให้หลายคนมองว่าเขาจะกลายเป็นแข้งคนสำคัญคนหนึ่งของทีมได้

    อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ลงเล่นในลีกไป 3 นัดในฤดูกาล 2011-12 ป็อกบา ก็ตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับทีม เพราะมองว่าตัวเองไม่ค่อยได้ลงเล่นมากเท่าที่ควร ซึ่งนั่นหมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเสียเขาไปแบบฟรีๆ ก่อนที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสจะไปซบ ยูเวนตุส ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2012

    ป็อกบา ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างมากในสีเสื้อของ "เบียงโคเนรี่" และประสบความสำเร็จอย่างมากกับที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 4 สมัย, แชมป์ โคปปา อิตาเลีย 2 ครั้ง และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า 2 หน พร้อมกับทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่เก่งที่สุดของโลกในวัยเดียวกัน

    ฝีเท้าอันสุดยอดของ ป็อกบา ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องยอมจ่ายเงิน 89.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,018.5 ล้านบาท) เพื่อดึงเขากลับมาอยู่กับทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ส่งผลให้เขาเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของโลกในตอนนั้น แต่ที่ผ่านมาฟอร์มของเขาก็ยังไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร และเหล่า "เร้ด อาร์มี่" ก็กลัวว่าเขาจะล้มเหลวกับทีมแล้วย้ายไปอยู่กับทีมอื่นอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวจกเป็นข่าวกับ บาร์เซโลน่า อย่างหนัก

    - เคราร์ด ปิเก้


   หลังจากฝึกปรือฝีเท้าในแคมป์ ลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า เป็นเวลาหลายปี ปิเก้ ก็ตัดสินใจเดินทางข้ามประเทศมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2004 และเขาก็ได้ประเดิมสนามให้ทีมในช่วงเดือนตุลาคมของปีนั้น จากการเป็นตัวสำรองในเกม ลีก คัพ (คาราบาว คัพ ในปัจจุบัน) นัดที่ชนะ ครูว์ อเล็กซานดร้า 3-0

    ถึงแม้หลัง ปิเก้ จะโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ เรอัล ซาราโกซ่า ในฤดูกาล 2006-07 แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เชื่อใจในศักยภาพของเด็กหนุ่มคนนี้มากๆ และมองว่าเขาจะเป็นกำลังสำคัญในแผงหลังของทีมในอนาคต จนมีการประกาศในช่วงเดือนพฤษภาคมของปี 2007 ว่า ปิเก้ จะได้อยู่กับ "ปีศาจแดง" ต่อไปในฤดูกาล 2007-08

    อย่างไรก็ตาม ในซีซั่น 2007-08 ปิเก้ ได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปเพียง 9 นัด ซึ่งนั่นเป็นเพราะตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มีคู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริงที่แข็งแกร่งสุดๆ ได้แก่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ เนมานย่า วิดิช ซึ่งนั่นก็ทำให้ ปิเก้ มองว่าถ้าอยู่กับทีมต่อเขาคงไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไหร่ และทำให้ไม่มีโอกาสได้พัฒนาฝีเท้าตามไปด้วย จนทำให้เขาย้ายกลับไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในเดือนพฤษภาคม ปี 2008

    พอกลับมาอยู่กับ บาร์เซโลน่า แล้วนั้น ปิเก้ ก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนกลายเป็นแนวรับตัวหลักของทีมมาโดยตลอด และเขาก็ช่วยให้ทีมได้แชมป์ไปครองเป็นกอบเป็นกำ อย่างเช่นแชมป์ ลา ลีกา 7 หน และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ครั้ง เป็นต้น

    - เมมฟิส เดอปาย


   ผลงานอันยอดเยี่ยมกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ทำให้ เดอปาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นความหวังใหม่ของ ฮอลแลนด์ และมันก็ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ดึงเขามาร่วมทีมในปี 2015 ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) โดยที่ตอนนั้น ลิเวอร์พูล กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ให้ความสนใจในตัว เดอปาย เหมือนกัน

    อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวดัตช์กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เลยกับการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แถมยังมีข่าวเรื่องชอบเที่ยวอยู่บ่อยๆ ด้วย จนสุดท้ายเขาก็ถูกขายไปอยู่กับ โอลิมปิก ลียง ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2017

    พอไปอยู่กับ ลียง แล้วนั้น เดอปาย เหมือนได้เกิดใหม่ หลังจากที่เขาเล่นได้โดดเด่นสุดๆ โดยเฉพาะฤดูกาลก่อนที่ทำประตูในลีกได้ถึง 19 ลูกเลยทีเดียว

    - ดีเอโก้ ฟอร์ลัน


    ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2002 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอมจ่ายเงิน 6.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 310.5 ล้านบาท) เพื่อดึง ฟอร์ลัน มาจาก อินเดเพนเดียนเต้ ทีมในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งสาเหตุที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าเขามาร่วมทีมนั้น เป็นเพราะ ฟอร์ลัน เล่นได้โดดเด่นกับ อินเดเพนเดียนเต้ ด้วยการทำไป 36 ประตู จากการเล่นในลีก 77 นัด

    ถึงกระนั้น ผลงานของ ฟอร์ลัน ในสีเสื้อของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าน่าผิดหวังอย่างร้ายแรง เพราะเขาทำประตูให้ทีมได้เพียง 17 ลูก จากการลงเล่น 98 นัดในทุกรายการ และสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ขายเขาไปให้ บียาร์เรอัล ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2004

    ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม แต่ ฟอร์ลัน ก็กลับมาจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคมอีกครั้ง การทำไป 59 ประตู จากการลงเล่น 128 นัดในทุกรายการถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจสุดๆ แถมหลังจากนั้นเขาก็ยังไปได้ดิบได้ดีกับ แอตเลติโก มาดริด ต่ออีกต่างหาก